เจมส์ มิลเนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 1986 ที่ประเทศอังกฤษ ในวัยเด็กของมิลเนอร์ เขามีครอบครัวที่พร้อมจะสนับสนุนเขาในทุกอย่าง เขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีการงานที่มั่นคง ทำให้เจมส์ มิลเนอร์ เป็นนักเตะที่ไม่ต้องดิ้นรน เหมือนกับนักเตะบางราย  เขาเป็นเด็กที่เรียนดีในด้านวิชาการ ส่วนในด้านกีฬา มิลเนอร์ สามารถเล่นกรีฑาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขาเคยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนเขตไปแข่งขันเลยทีเดียว

ซึ่งความฉลาดทางด้านวิชาการของเขาทำให้มีหลายคนบอกว่า เขาสามารถเรียนแพทย์ได้อย่างสบายๆ ทำให้ในช่วงแรกที่เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางการเป็นนักฟุตบอล พ่อกับแม่ของเขามีความรู้สึกไม่เห็นด้วยมากนัก จนเมื่อพ่อแม่ของมิลเนอร์ได้เห็นถึงความตั้งใจและทุ่มเทให้กับฟุตบอล เขาเลยให้การสนับสนุนมิลเนอร์ในภายหลัง

เจมส์ มิลเนอร์ เป็นนักเตะดาวรุ่งที่แจ้งเกิดกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรืองที่มีนักเตะระดับท็อปอยู่เต็มทีม อย่าง มาร์ค วิดูกา ,แฮร์รี คีเวลล์ และ เอียน ฮาร์ท  ซึ่งมิลเนอร์ ก็สามารถเล่นได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางดาวเตะเหล่านั้น มิลเนอร์ ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก มิลเนอร์ ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมเมื่อตอนที่เขามีอายุเพียง 16 ปี โดยเขาลงสนามให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ดครั้งแรก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2002 ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก และหลังจากนั้นในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ เขาก็กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในเกมพรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 16ปี 356 วัน และยังสามารถช่วยทีมเอาชนะไปในเกมนั้นด้วยสกอร์ 2-1

โดยเจมส์ มิลเนอร์ เป็นนักเตะที่มีคาแรคเตอร์มุ่งมั่นมาตั้งแต่ยังเด็ก มีความจริงจังกับเกมการแข่งขัน ถึงแม้ว่าลีลาการเล่นของเขาจะไม่หวือหวา โดดเด่น แต่เขามีความตั้งใจในทุกนัดที่เขาลงเล่น หลังจากนั้น มิลเนอร์ ก็ได้ต่อสัญญากับลีดส์ ยูไนเต็ด ไปอีก 5 ปี ในปี 2003 และในฤดูกาล 2003-2004 มิลเนอร์ ได้ถูกปล่อยตัวด้วยสัญญายืม ไปหาประสบการณ์กับ สวินดอนทาวน์ ทีมในลีกทู เป็นเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือน โดยเขาได้ลงเล่น 6 นัด และทำประตูไปได้ 2 ประตู

แต่หลังจากนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ประสบปัญหาทางด้านการเงินของสโมสร ทำให้จำเป็นต้องปล่อยนักเตะออกไป เพื่อเป็นการหาเงินเข้าสู่สโมสร สำหรับ มิลเนอร์ เขายังอยู่ในแผนการทำทีมของลีดส์ ยูไนเต็ดอยู่จึงไม่ใช่นักเตะที่มีรายชื่อที่จะถูกขายออกไป แต่แล้ว ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ต้องประสบปัญหาอีกครั้งเมื่อต้องตกชั้นจากลีกสูงสุด ซึ่งในตอนนั้น มิลเนอร์ ได้รับความสนใจจากทีมในยุโรปมากมาย อย่าง แอสตัน วิลล่า,เอฟเวอร์ตัน และท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แต่เขาก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า มิลเนอร์คืออนาคตของทีม

แต่แล้ว ในปี 2004 เจมส์ มิลเนอร์ ก็ต้องเก็บกระเป๋าย้ายไปอยู่ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในที่สุด เพราะปัญหาทางด้านการเงินของสโมสรที่แก้ไม่ตก เขาถูกขายให้กับนิวคลาสเซิลไปด้วยค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญา 5 ปี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสุขที่ถูกลีดส์ ยูไนเต็ดขายออกไป แต่มิลเนอร์ ก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างสุดยอด

และแล้ว ชีวิตการค้าแข้งอยู่กับนิวคลาสเซิลของเขา ก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งเมื่อ แกรม ซูเนสส์ ก้าวเข้ามาคุมทีม ซึ่งในตอนนั้น มิลเนอร์ มีโอกาสลงสนามเพียงแค่ 13 นัดเท่านั้น และไม่มีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเลย จนจบฤดูกาล 2005 เขาได้ลงสนามทั้งหมด 41 นัดในทุกรายการ และทำไปได้เพียงแค่ 1 ประตู ซึ่งมันเป็นการชี้ชัดว่า เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ใช่ชื่อนักเตะตัวจริงของ ซูเนสส์ แน่นอน

ปี 2005 มิลเนอร์ ถูกปล่อยไปเล่นกับ แอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญายืมตัว เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งมันทำให้ มิลเนอร์ มีความสุขเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ในตอนนั้น แอสตัน วิลล่า มี เดวิด โอเลียรี นั่งแท่นเป็นผู้จัดการทีมอยู่ และเขาหวังไว้ลึกๆ ว่า แอสตัน วิลล่า จะดึงตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวรในที่สุด

ในช่วงเวลาที่ มิลเนอร์ เล่นให้กับ แอสตัน วิลล่า ในการลงสนามครั้งแรก ในปี 2005 ที่พบกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มิลเนอร์ก็สามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้ทันที ทำให้แอสตัน วิลล่า เสมอกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไป 1-1 ในเกมนั้น

แต่หลังจากที่ นิวคลาสเซิล มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีม มิลเนอร์ ก็ถูกเรียกตัวกลับไป และกลับมาเป็นนักเตะที่อยู่ในแผนของ เกล็น โรเดอร์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ แม้ว่า แอสตัน วิลล่า จะเสนอค่าตัวของเขาถึง 4 ล้านปอนด์ แต่ทางนิวคลาสเซิลก็ได้ปฏิเสธไป

ในปี 2006-2008 เขาเล่นให้กับนิวคลาสเซิล  มิลเนอร์ ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักเตะที่ทุ่มเทในการฝึกซ้อมมากที่สุด แต่สุดท้ายเขาได้ต่อสัญญาเพิ่มไปจนถึง 2011 มาในช่วงปลายฤดูกาล 2008 มิลเนอร์ประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่เท้า จนทำให้เขาพลาดลงสนามหลายนัดด้วยกัน

ในฤดูกาล 2008-2009 มิลเนอร์ ได้ย้ายไปร่วมทีมกับแอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญา 4 ปี มิลเนอร์ ได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 และเป็นผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 จากการโหวตของสมาคมฟุตบอลอาชีพ

มาในปี 2010 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว มิลเนอร์ ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ แต่ถูกปฏิเสธไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน แอสตัน วิลล่า ก็ยอมปล่อยตัว มิลเนอร์ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะคำพูดของ มาร์ติน โอนีลล์ ที่บอกว่า มิลเนอร์ ควรจะไปเล่นในทีมที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้

มิลเนอร์ ลงสนามครั้งแรกให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครั้งแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ที่ชนะ ลิเวอร์พูล 3-0 และทำประตูแรกได้ในในเกมที่เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2

ปี 2015 มิลเนอร์ หมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และได้ย้ายมาร่วมทีมกับ ลิเวอร์พูล ด้วยการเซ็นสัญญาแบบฟรีเอเย่นต์ มิลเนอร์ ในวัย 29 ปี และการมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ของหงส์แดง ได้วางให้มิลเนอร์ เล่นในตำแหน่งริมเส้น มิลเนอร์ ไม่ค่อยพอใจในแผนของคล็อปป์ แต่เขาเลือกที่จะเก็บความไม่พอใจนั้นเอาไว้ แล้วหันมาทำทุกเกมของเขาให้ดีที่สุด และไม่นาน มิลเนอร์ ก็ได้ลงเล่นในแบบที่เขาต้องการซึ่งก็คือตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาเล่นได้ดีมาโดยตลอด

ซึ่งในเวลานี้ เจมส์ มิลเนอร์ มีอายุ 36 ปี ก็ถือว่าเป็นการเล่นในช่วงบั้นปลายของอาชีพนี้แล้ว แต่มันเป็นช่วงเวลาที่งดงามไม่น้อยสำหรับเขา มีชื่อติดอยู่ในนักเตะที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีก และเขาเป็นคนที่สามารถทำแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีมทำประตูได้เสมอ โดยเขาให้เหตุผลที่ชอบทำแอสซิสต์นี้ว่า เขาไม่ชอบที่จะเป็นข่าว เนื่องจากสื่อจะให้ความสนใจกับผู้ที่ทำประตูได้มากกว่าผู้ที่ทำแอสซิสต์ได้

สำหรับผลงานในทีมชาติ เขาลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในนัดแรกเมื่อปี 2009  ในปี 2012 มิลเนอร์ทำประตูแรกให้กับทีมชาติอังกฤษ ในนัดไปชนะ มอลโดวา 5-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 และในปี 2016 มิลเนอร์ ประกาศอำลาการทำหน้าที่ในทีมชาติอังกฤษอย่างถาวร